ตอบชัดแล้ว “อาบน้ำเย็นหน้าหนาว” เสี่ยงเส้นเลือดสมองแตก จริงหรือ

อ.เจษฎ์” ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ออกมาโพสต์ข้อความ ระบุว่า

[#FactCheck] “อาบน้ำเย็นหน้าหนาว คนทั่วไป ไม่ได้เสี่ยงเส้นเลือดในสมองแตกครับ”

มีการแชร์ภาพและข้อความ ทำนองว่า “แพทย์เตือน ! อาบน้ำเย็นช่วงหน้าหนาว เสี่ยงเส้นเลือดในสมองแตก หรือ เส้นเลือดในสมองตีบได้ เป็นเรื่องใกล้ตัวที่ระวังอยู่มาก .. ถือคติจิตใจสะอาดน้ำไม่ต้องอาบก็ได้ ” !?

โดยในรายละเอียดของคำเตือนดังกล่าวนั้น บอกว่า การอาบน้ำเย็นหน้าหนาว อาจจะเสี่ยงเป็น “เส้นเลือดสมองตีบ” “เส้นเลือดสมองแตก” ได้ เพราะเวลาที่อากาศเย็นแล้วไปอาบน้ำเย็นทันทีทันใด เส้นเลือดจะหดตัวทันที เพื่อรักษาความอบอุ่นให้กับร่างกาย ทำให้หัวใจเต้นแรงขึ้น เร็วขึ้น ความดันเพิ่มมากขึ้น เส้นเลือดในสมองมีโอกาสที่จะตีบแล้วก็แตกได้ หรือ เกิดลิ่มเลือดไปอุดตันได้ !?

ซึ่งการอาบน้ำตอนหน้าหนาว มันไม่ได้จะน่ากลัวขนาดนั้นนะครับ ! และไม่ได้มีข้อมูลยืนยันชัดเจนแต่อย่างไร ว่าจะเพิ่มความเสี่ยงการเกิดโรคหลอดเลือดสมองอย่างที่ว่าครับ

โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมได้เคยดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้ กับทาง สถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (ดูลิงค์ด้านล่าง) พบว่า ประเด็นดังกล่าวนั้น เป็นข้อมูลเท็จ !

สถาบันประสาทวิทยาได้ชี้แจงว่า การอาบน้ำเย็นนั้น ไม่มีข้อมูลชัดเจนว่าเพิ่มความเสี่ยงการเกิดโรคหลอดเลือดสมอง แต่อย่างไร

และที่มีคำแนะนำตามมาด้วยว่า “ให้อาบน้ำอุ่น โดยให้ค่อย ๆ ราดจากเท้าขึ้นมาถึงลำตัว” นั้น ก็ไม่ได้มีผลป้องกันความดันโลหิตพุ่งด้วย

เช่นเดียวกับ “การสระผมก่อนอาบน้ำ” ก็ไม่ใช่ปัจจัยเสี่ยงเส้นเลือดสมองแตก ไม่มีผลทำให้อุณหภูมิหลักของร่างกายเปลี่ยนแปลง การสระผมไม่ว่าจะเป็นการสระด้วยน้ำอุ่นหรือน้ำเย็น อุณหภูมิภายนอกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ไม่ได้ส่งผลกับหลอดเลือดในทันที เพราะสมองและเส้นเลือด ถูกปกป้องด้วยผิวหนัง กล้ามเนื้อ กะโหลก และเยื่อหุ้มสมอง

โดยโรคหลอดเลือดสมอง มี 2 ประเภท คือ “ภาวะสมองขาดเลือด” และ “ภาวะเลือดออกในเนื้อสมอง” ซึ่งโดยภาพรวม พบภาวะสมองขาดเลือด มากกว่าเลือดออกในสมอง และปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญทั้งสองภาวะนี้ คือ โรคความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันในเลือดสูง การสูบบุหรี่ เป็นต้น

ทั้งนี้ สาเหตุของหลอดเลือดสมองแตก ส่วนใหญ่เกิดจากความดันโลหิตสูงที่ไม่ได้ควบคุม , ภาวะที่มีการแตกของหลอดเลือดสมองผิดปกติอื่น ๆ เช่น การแตกของหลอดเลือดสมองโป่งพอง (aneurysm) การแตกของหลอดเลือดแดงที่มีความผิดปกติ ที่เรียกว่า AVM หรือ arteriovenous malformation เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม มักจะมีกรณีผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองแตกในห้องน้ำ ที่เกิดจากการปรับตัวจากการปรับเปลี่ยนอิริยาบถ ลุกนั่งเร็วๆ มีผลทำให้หัวใจต้องปรับการทำงานให้พอเหมาะกับร่างกาย

ซึ่งในคนสูงอายุ หรือผู้ป่วยโรคหัวใจ หลอดเลือดที่ไม่แข็งแรงและมีปัญหา จะไม่สามารถรับกับการปรับตัว ทำให้เกิดภาวะเลือดออกในสมองได้

สำหรับ “โรคหลอดเลือดในสมอง ที่เกิดในห้องน้ำ” มักเกิดขณะเบ่งถ่ายอุจจาระ หรือยืนปัสสาวะ มากกว่าขณะอาบน้ำ ซึ่งส่วนมากมักเกิดเป็นหลอดเลือดสมองแตก

เหตุผลส่วนหนึ่งจากการเบ่งอุจจาระ ทำให้ความดันในกะโหลกศีรษะสูงขึ้น จึงทำให้หลอดเลือดที่เปราะบางแตกออกได้

ส่วนการยืนปัสสาวะ ทำให้มีการลดลงของความดันโลหิต และการเต้นของหัวใจ ทำให้เกิดอาการหน้ามืด หมดสติ และภาวะหลอดเลือดสมองขาดเลือด จากภาวะความดันต่ำได้

การแช่น้ำอุ่นนาน ๆ เช่น แช่ออนเซน แล้วขึ้นจากน้ำ ก็พบอาการหน้ามืด หมดสติ และภาวะหลอดเลือดสมองขาดเลือดจากภาวะความดันต่ำได้เช่นกัน จากหลอดเลือดขยายตัว

ทั้งนี้ โรคหลอดเลือดสมอง เป็นโรคที่พบบ่อยที่สุดของโรคทางระบบประสาท ซึ่งเป็นความผิดปกติของหลอดเลือดในสมอง ส่งผลกระทบรุนแรงต่อผู้ป่วย ทำให้เกิดภาวะทุพพลภาพและมีอัตราการเสียชีวิตที่สูง

ปัจจัยเสี่ยงที่แท้จริง ได้แก่ ภาวะความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน และอายุที่มากขึ้น การไม่ดูแลสุขภาพและทำพฤติกรรมเสี่ยง เช่น การสูบบุหรี่และการดื่มแอลกอฮอล์

ส่วนสัญญาณอันตราย ให้สังเกตอาการเตือนสำคัญของโรคหลอดเลือดสมองที่สังเกตได้ ได้แก่ พูดลำบาก ปากเบี้ยว แขนขาอ่อนแรง มึนงงทรงตัวไม่อยู่ หากมีอาการเหล่านี้ทันทีทันใด ควรรีบไปพบแพทย์ให้เร็วที่สุด จะช่วยลดอัตราการเสียชีวิต และความเสี่ยงจากความพิการ เพราะโรคหลอดเลือดสมอง รู้ เร็ว รอด ปลอดอัมพาต

———————–

(เพิ่มเติม) นอกจากนี้ ในรายการ TNN ข่าวเที่ยง ได้เคยมีตอน “ข่าวนี้จริงไหม? อาบน้ำเย็น-ร้อน เสี่ยงหลอดเลือดสมอง” ซึ่งได้ไปสัมภาษณ์ นพ.ชลภิวัฒน์ ตรีพงษ์ นายแพทย์ชำนาญการ สถาบันประสาทวิทยา ก็ได้ให้ความรู้ไว้ ดังนี้ว่า

เวลาที่ร่างกายเจออากาศเย็น หรืออย่างอาบน้ำเย็น มันจะกระตุ้นระบบประสาทอัตโนมัติ ทำให้หลอดเลือดเกิดการหดตัว เพื่อทำให้ร่างกายของเรายังอบอุ่นอยู่

และเมื่อไหร่ก็ตามที่เราไปอาบน้ำอุ่น หรือเจอสภาพอากาศที่ร้อน หลอดเลือดจะขยายตัว ซึ่งสามารถสังเกตเห็นได้เวลาที่ร้อนมากๆ หรือเจออากาศร้อน เราจะตัวแดงๆ หน้าแดงๆ เพราะว่าหลอดเลือดขยายตัว

การหดหรือขยายตัวของหลอดเลือด จะมีผลต่อความดันโลหิตของร่างกาย ซึ่งจะแตกต่างจากระบบควบคุมแรงดันและความดันโลหิตในสมอง เนื่องจากว่าสมองเป็นอวัยวะสำคัญ เพราะฉะนั้นจะมี safety ที่จะคอยควบคุมให้แรงดันและความดันโลหิตในสมองคงที่ ไม่ว่าความดันโลหิตของร่างกายจะขึ้นหรือลงแค่ไหน

เพียงแต่ safety นี้อาจจะมีข้อจำกัด เช่น ถ้าความดันโลหิตสูงมากๆ ค่าความดันตัวบนแตะ 200 เลย หรือค่าตัวล่างต่ำ 50-60 เลย ก็อาจจะทำให้ safety ทำงานมีปัญหาได้ .. อย่างนั้น ถึงจะมีผลกระทบต่อแรงดันหรือความดันในสมอง

เพราะฉะนั้นการที่อาบน้ำเย็นหรือน้ำอุ่นทั่วๆ ไป อันนี้อาจจะทำให้ความดันโลหิตของร่างกายเปลี่ยนแปลงได้เล็กน้อย แต่ว่าแรงดันหรือความดันโลหิตในสมอง จะไม่เปลี่ยนแปลง

ดังนั้น ถ้าเป็นคนทั่วไป ไม่ได้เป็นผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงโรคหลอดเลือดหรือระบบการไหลเวียน อาบน้ำในระดับทั่วไป ก็จะไม่เป็นไร ไม่ต้องหลีกเลี่ยงการอาบน้ำเย็นหรือน้ำอุ่น ..

. แต่ปัจจัยนั้น ยังขึ้นกับสภาพส่วนบุคคลด้วย ถ้าเย็นจัดหรือร้อนจัดเกินไป แล้วสภาพร่างกายของคนนั้นไม่พร้อม ก็ไม่ควรทำ

ตัวอย่างเช่น ในต่างประเทศ ที่เป็นเมืองหนาว มีการเจาะน้ำแข็ง แล้วลงไปอาบน้ำในอุณหภูมิติดลบ [ หรือคล้ายการไปแช่น้ำแข็ง ice bath ที่บ้านเราเริ่มฮิตกัน ] คนที่จะทำเช่นนั้นได้ ก็ต้องมีสภาพร่างกายที่แข็งแรง [ จึงไม่ส่งเสริมให้ทำ ice bath กัน ถ้าไม่ใช่นักกีฬา ไม่ใช่คนที่ร่างกายแข็งแรงจริง]

ข้อมูลจาก antifakenewscenter / hfocus